“#ทำแลบไม่ทัน”
ความล้มเหลวที่คุ้มค่า หรือความผิดพลาดของผู้สอน?
ในการเรียนวิชาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ คำถามยอดฮิตที่อาจารย์ผู้สอนมักจะโดนถาม (หรือถามกันเอง) คือ “ทำอย่างไรให้นักศึกษาทำแลบเสร็จทันเวลา?”
เมื่อวานผมเพิ่งตอบคำถามนี้ไปด้วยสไตล์ส่วนตัวว่า “ก็ปกติไหมที่นักศึกษาจะทำไม่ทัน” แน่นอนว่ามันฟังดูเหมือนการกวนประสาท แต่นั่นคือยอดภูเขาน้ำแข็งของแนวคิดที่ผมอยากจะสื่อสารจริงๆ ครับ
1. ความปรารถนาดีที่กลายเป็น "กรงขัง"
ผู้สอนทุกคนอยากให้ลูกศิษย์ได้ความรู้ที่ถูกต้องที่สุด จึงพยายาม "ถม" รายละเอียด ขั้นตอน และเทคนิคทุกอย่างลงไปในคำอธิบายก่อนเริ่มแลบ เราพยายามกันนักศึกษาออกจากความผิดพลาดด้วยการบอกว่า "ห้ามทำแบบนั้น" หรือ "ต้องทำแบบนี้เท่านั้น" แต่เราอาจลืมไปว่า ทักษะ (Skill) ไม่ใช่สิ่งที่ส่งต่อกันได้ผ่านการฟัง ต่อให้ผู้สอนเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาบรรยายให้ฟัง 10 ชั่วโมง ผู้ฟังก็ไม่สามารถเกิดทักษะการหยิบจับอุปกรณ์ หรือมีทักษะในการแก้ปัญหาหน้างานได้เลยถ้าไม่เคยลงมือปฏิบัติ
2. วัตถุประสงค์หลักของ "วิชาปฏิบัติการ" คืออะไร?
ถ้าเราต้องการแค่ "ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง" เราให้นักศึกษาดูวิดีโอสาธิต หรือใช้ AI จำลองผลการทดลองเอาก็ได้ ประหยัดงบประมาณและเวลามากกว่า แต่หัวใจของการทำแลบคือ การได้ลองผิดลองถูก ไม่ว่าจะเป็น:
- การที่เด็กคนหนึ่งทำฟิวส์ขาด
- การที่เขาวัดค่าผิดแล้วต้องเริ่มใหม่
- การที่เขาวัดค่าใหม่แล้วได้ผลไม่เหมือนเดิม
- การที่เขาพยายามหาสาเหตุว่าทำไมผลถึงไม่ตรงกับทฤษฎี
- หรือเขาอาจบอกว่าทฤษฎีต่างหากที่ไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติ
3. ความย้อนแย้งของการสอนที่ละเอียดเกินไป
ยิ่งผู้สอนพยายามไกด์ให้ละเอียดเพื่อความรวดเร็ว มันกลับยิ่งย้อนแย้งกับวัตถุประสงค์หลักของการเรียนปฏิบัติการ เพราะเรากำลังเปลี่ยน "นักสำรวจ" ให้กลายเป็น "หุ่นยนต์ทำตามคำสั่ง" เมื่อนักศึกษาไม่ต้องคิดเอง เขาก็แค่ทำตามขั้นตอนให้จบๆ ไปเพื่อให้ "ทันเวลา" โดยอาจจะไม่ได้ทักษะอะไรติดตัวไปเลย หรือได้น้อยกว่าที่ควรจะได้เพราะเสียเวลาไปมาก
4. ทักษะไม่ได้วัดกันที่เข็มนาฬิกา
สำหรับผม การทำแลบเสร็จทันเวลาหรือไม่ จึงไม่ใช่ดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญที่สุด:
- #ทำเสร็จทัน: แต่ไม่ได้มีทักษะมากกว่าการทำการบ้านวิชาบรรยาย (แค่ย้ายสถานที่เขียนหนังสือ) = ล้มเหลว
- #ทำไม่เสร็จ: แต่ได้วิเคราะห์ว่าผิดตรงไหน รู้ว่าจุดไหนคือปัญหา และได้ลองแก้ปัญหาด้วยตัวเอง (แก้ไม่ได้ช่างมัน) = ความสำเร็จ
ทักษะเกิดจากการทำถูกใน "บางครั้ง" แต่ทักษะที่ฝังรากลึกมักเกิดจากการทำผิด "หลายครั้ง" เสมอ
ดังนั้น ครั้งหน้าถ้าเห็นนักศึกษาทำแลบไม่ทันเพราะเขากำลังง่วนอยู่กับการลองผิดลองถูก... ไม่ต้องรีบเร่งเขาหรอกครับ เพราะนั่นแหละคือช่วงเวลาที่เขากำลัง "สร้างทักษะ" ที่ AI ก็ให้เขาไม่ได้ และตำราเล่มไหนก็สอนเขาไม่ได้เช่นกัน
เรียนรู้ให้สุดในเวลาที่มี... แม้ผลการทดลองอาจไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่นั่นอาจเป็นความล้มเหลวที่คุ้มค่าที่สุดในคาบเรียนนี้แล้วครับ